Category Archive: ฟังเพลงออนไลน์

 

ปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับรอบ Knock Out ของ The Voice Thailand Season 2 ที่ผ่านไปใน 2 สัปดาห์ ก็ได้บทสรุปของผู้ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบ Live ซึ่งเป็นรอบที่ผู้ชมทางบ้านจะได้มีส่วนร่วมในการค้นหา เสียงจริง ตัวจริง ของประเทศไทยในปีที่ 2 ซึ่งแต่ละคนที่ผ่านเข้ารอบ Live ไปนั้น ต้องเรียกว่า น่าดูชมและน่าลุ้นกันทุกคนจริงๆ

ในสัปดาห์ที่ 2 ของรอบ Knock Out เป็นคิวของทีมโค้ชก้อง และ ทีมโค้ชแสตมป์ ที่ลูกทีมของทั้งคู่จะต้องมาประชันกันชิงพื้นที่เข้าสู่รอบ Live เริ่มดันที่คู่คุณแม่ของทีมโค้ชแสตมป์ คุณแม่เสียงเก๋ เมย์ ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา เลือกเพลง A Thousand Years ประกบคู่กับ ผึ้ง เปมิกา โทณะวณิก ที่เลือกเพลงโปรดส่วนตัวLet’s Stay Together มาดวลกัน ทำเอาโค้ชทั้งสี่ถึงกับทึ่ง แต่คุณแม่ที่สร้างความตื่นตะลึงคือคุณแม่เมย์ ที่เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอจับใจโค้ชทุกคน

คู่หูมือกีตาร์เสียงเท่จากทีมโค้ชก้อง แก๊ป ชโนวัจน์ พิริสัยสันติ มากับเพลง ล้มบ้างก็ได้ ต้องปะทะกับสาวที่ทุกคนลงความเห็นว่ามีน้ำเสียงที่บาดลึกถึงอารมณ์อย่าง นิค ญาดา วงษ์ยี่หวา ที่หมายจะข่มด้วยเพลงสากล Let It Be แต่หนึ่งเดียวที่โค้ชก้องยอมรับว่าเอาเพลงได้อยู่หมัด โอกาสในรอบหน้าจึงเป็นของแก๊ปไปในที่สุด

 

ของดีอีกหนึ่งคู่จากทีมโค้ชแสตมป์ คือการปะทะกันของ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน ที่มาแปลกกว่าทุกรอบในการเลือกเพลงสากลอย่าง Apologize มาขับเคี่ยวกับ กิ๊ฟ อัญชิษฐา พงษ์ศิริยาภรณ์ ในเพลงButterfly สองคนสองสไตล์แต่ไม่มีใครด้อยกว่าใคร สร้างความหนักใจให้กับโค้ชแสตมป์ ที่ท้ายสุด ก็เลือก สงกรานต์ ให้ได้ผ่ายเข้าสู่รอบ Live

 

คู่เคมีต่างจากทีมโค้ชก้อง เก่ง ณัฐิฏา ศรียานนท์ ตัวแม่อีกคนหนึ่งในซีซั่นนี้ ทำให้หลายคนแปลกใจ ทั้งการเลือกเพลง ไว้ใจ ที่ไม่น่าจะใช่เพลงที่เปิดโอกาสให้ได้งัดฝีมือมาใช้ได้เต็มที่นัก และแปลกใจยิ่งขึ้นเมื่อถูกประกบคูกับ โอปอล์ ประพุทธ์ พิมพามา ที่ทำให้ใครต่อใครได้ทึ่งกับเพลง I Won’t Give Up ที่ภาษาของโค้ชเรียกว่า “เพลงเข้าปาก” ทั้งยังสร้างเซอร์ไพรส์กับการร้องที่เอาเพลงอยู่ แต่การร้องแบบ hit note อาจยังไม่ใช่คำตอบสำหรับโค้ชก้องที่ต้องการคนที่เข้าถึงอารมณ์เพลงจริงๆ จึงส่งให้ เก่ง เข้าสู่รอบ Live ท่ามกลางความข้องใจของผู้ชมกับการประกบคู่ที่ต่างขั้วกันขนาดนี้

 

ตัวแทนคู่แข่งจอมสร้างสรรค์จากทีมโค้ชแสตมป์ โอม ณภัทร ศิรินิล มากับเพลง Stand By Me ที่โค้ชลงความเห็นว่า ร้องได้เหมือนเป็นเจ้าของเพลงตัวจริง ประกบกับสาวเปรี้ยวเท่ เบ็น ปัณจภรณ์ เอี่ยมวิจารณ์ ที่ฉีกสไตล์ผู้เข้าแข่งขันทั่วไปด้วยการเลือกเพลงแดนซ์เต็มยศอย่าง We Found Love มาแข่ง แต่ความได้เปรียบในเพลงที่เลือกและการเข้าถึงบทเพลง ตกเป็นของ โอม ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบ Live ต่อไป

พลังชาวร็อคจากทีมโค้ชก้อง อยู่ที่การประกบกันอย่างถูกคู่ของ ต้า คีตา อินทรสูตร เลือกเพลง ผิดที่ไว้ใจ หวังแผดพลังเสียงเต็มที่ ขณะที่ แซม เสริมศาสตร์ เดอ โรซาริโอ เลือกได้ฉลาดกับเพลง We Are The Champions ที่ส่งให้สร้างสรรค์การร้องได้หลากหลายมากกว่าการแผดเสียงแหลมสูง จึงทำให้ แซม มีภาษีที่เหลือกว่าและผ่านเข้ารอบไปได้อย่างสบาย

ไฮไลท์สองคู่สุดท้ายจากสองทีม ทุกคนจับตามองที่ลูกทีมโค้ชแสตมป์ ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง ผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นและโด่งดังจากรายการนี้มาตั้งแต่รอบแรก มากับเพลง Angel ที่เป็นเพลงโปรดส่วนตัว หลายคนคาดว่าอาจเป็นงานยกสำหรับคู่แข่งอย่าง ปอย เอื้องปอย บุญมา ที่เลือกเพลง ดาว มาร้อง ความสามารถและการพัฒนาของ ปอย ทำให้โค้ชทุกคนชื่นชม โดยเฉพาะโค้ชแสตมป์ที่ให้กำลังใจลูกทีมตัวเองว่า เด็กคนนี้มีความสามารถและไม่ธรรมดา แต่ผลก็ออกมาไม่ผิดจากที่หลายคนคาดไว้ โอกาสเข้าสู่รอบ Live ตกเป็นของ ตุ๊กตา ที่หมายกันว่า จะเป็นคนหนึ่งที่ผู้ชมพร้อมจะถล่มคะแนนโหวตให้กับเธอในรอบต่อไป

คู่ปิดรอบ Knock Out ที่น่าประทับใจและได้คะแนนเต็มคือคู่ของหนุ่มเอลวิส อั้มพ์ ณภัทร แก้วดวงใจ มากับเพลงโปรดเข้าทาง Jailhouse Rock กับดีว่าสาวจอมเอนเตอร์เทน แตงโม วัลย์ลิกา เกศวพิทักษ์ เลือกเพลงไม้ตาย And I’m Telling You (I’m Not Going) ทั้งคู่ทำได้เด็ดขาดในแนวทางของตัวเอง แต่ภาษากายและการถ่ายทอดอารมณ์ที่ครบเครื่องของ แตงโม พิชิตตั๋วเข้าสู่รอบ Live ชนิดที่หลายคนต้องยกนิ้วให้ และถือเป็นการปิดฉากรอบ Knock Out ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com

 

ถือเป็นที่สุดของการต่อกรทางน้ำเสียงจริงๆ สำหรับรอบการแข่งขัน Knock Out ของ The Voice Thailand Season 2 เพราะเพียงเทปแรกของรอบนี้เปิดฉากการต่อสู้ ทุกบ้านทุกครอบครัวต้องกดรีโมทไปที่รายการแล้วแช่นิ่งไม่เปลี่ยนแปลงไปไหนจนทราบผลการแข่งขันด้วยหัวใจลุ้นระทึก ลุ้นระทึกก็เพราะลูกทีมทุกคนของทั้งสองโค้ช คือ โค้ชโจอี้ และ โค้ชคิ้ม แต่ละคนได้รับการจับคู่จากโค้ชของตัวเองในแบบที่ทั้งตัวลูกทีมและผู้ชมทางบ้านต้องได้ลุ้นได้เสียว หลังการฝึกซ้อมอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาประลองกำลังบนเวที แต่ละคนต่างก็งัดเอาวรยุทธทางด้านการร้องเพลงที่เป็นไม้ตายสูงสุดของตนออกมาเพื่อพิชิตใจโค้ชและผู้ชมทางบ้าน รวมไปถึงการพิชิตใจคู่แข่งให้ยอมรับผลการแข่งขันด้วยความเต็มใจทุกคู่

ส่วนในเทปที่สองของรอบ Knock Out นี้ จะเป็นการแข่งขันของลูกทีมจากสองโค้ชที่เหลือ คือ โค้ชแสตมป์และ โค้ชก้อง ที่ลูกทีมแต่ละคนจะต้องมาลุ้นระทึกว่าตัวเองจะจับคู่กับเพื่อนร่วมทีมคนไหนเพื่อ Knock Out กัน ส่วนที่ว่าหมัดเด็ดใครของจะโดนใจโค้ชที่สุดจนสามารถน็อคคู่แข่งพร้อมกับคว้าตั๋วเดินทางเข้าสู่รอบ Live ต่อไป มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์ผู้แข่งขันที่ชื่นชอบได้ใน The Voice Thailand Season 2 อาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ เวลา 17.45-19.30 น.  ทางไทยทีวีสีช่อง 3

ทีมโค้ชก้อง รอบ Knock Out

ต้า คีตา อินทรสูต

โอปอล์ ประพุทธ์ พิมพามา

แตงโม วัลย์ลิกา เกศวพิทักษ์

แชม เสริมศาสตร์ เดอโรซาริโอ

เก่ง ณัฐิฏา ศรียานนท์

นิค ญาดา วงษ์ยี่หวา

แก๊ป ชโนวัจน์ พิริสัยสันติ

อั้มพ์ ณภัทร แก้วดวงใจ

ทีมโค้ชแสตมป์ รอบ Knock Out

เบ็น ปัณจภรณ์ เอี่ยมวิจารณ์

ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง

สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน

กิ๊ฟ อัญชิษฐา พงษ์ศิริยาภรณ์

ปอย เอื้องปอย บุญมา

เมย์ ฝนพา ปราโมช ณ อยุธยา

โอม ณภัทร ศิรินิล

ผึ้ง เปมิกา โทณะวณิก

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

 

หลังจากผ่านรอบ Knock Out ในสัปดาห์แรก ก็ดูเหมือนว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์รายการ The Voice Thailand Season 2 ในด้านต่างๆ ทั้งบวกและลบจะหลั่งใหลจนกลายเป็นกระแสอย่างมากในช่วงต้นสัปดาห์

ในส่วนของโค้ชเองก็ถูกจับตามองไม่น้อยเช่นกัน โดยสัปดาห์แรกนั้น ทีมของ โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม และ โค้ช โจอี้ บอย เป็นสองทีมที่ต้องแข่งขันในรอบ Knock Out เมื่อผลของการประกบคู่และการเลือกผู้เข้าแข่งขันบางคนเข้าสู่รอบ Live ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผู้ชมต้องการ ก็จะมีเสียงตำหนิติบ่นต่างๆ นานาไปถึงตัวโค้ชอย่างเลี่ยงไม่ได้ จังหวะเหมาะเมื่อโค้ชโจอี้ บอย ได้มานั่งเปิดใจให้แฟนๆ รายการที่ยังสงสัยในหลายๆ เรื่องได้เคลียร์ในหลายๆ ประเด็น ก็น่าจะช่วยลดอุณหภูมิความเดือดของผู้ชมให้เย็นลงบ้าง อย่างน้อยก็ก่อนที่รอบ Knock Out ของทีมโค้ชก้อง และทีมโค้ชแสตมป์ จะตามมาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

เพราะเป็น 2 ทีมแรกที่ต้องแข่งรอบ Knock Out ผลจากการเลือกของทั้ง 2 โค้ช จึงถูกจับตามองในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

 

ยกแรกก็มีเดือด! แฟนๆ The Voice Thailand Season 2 รุมวิพากษ์คู่ Knock Out คนเข้าตากลับไม่ผ่าน ค้านเสียงโค้ชที่ยืนยันไม่ได้เลือกที่ใครเก่งกว่า แต่มองหาคนที่เอาอยู่ในรอบ Live

เข้าสู่รอบ knock Out ของ The Voice Thailand Season 2 โดยประเดิมสัปดาห์แรกก็เจอกับศึกชนช้างทันที ไม่ว่าจะเป็นคู่ตัวพ่อ คู่ตัวแม่ ไปจนถึงคู่ตัวเอกของรายการ แม้บางคนจะบอกว่าค้านสายตากับการตัดสินใจของโค้ชในบางคู่ก็ตาม โดยกติกาของรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมจะต้องมาดวลไมค์กันเองในเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันเลือกเองซึ่งจะเป็นการวัดฝีมือของแต่ละคนอย่างแท้จริง และในรอบนี้จะไม่มีการ Steal จากทีมอื่นอีกต่อไป เท่ากับว่าหากใครไม่ได้ถูกเลือก ก็จะต้องตกรอบไปในทันที

 

เริ่มกันที่คู่เสียงสวรรค์จากทีมโค้ชโจอี้ บอย ฝน วารุณี จันทรศิริรังษี เลือกเพลง ภาวนา มาข่มขวัญ ปุยฝ้าย ชวัลลักษณ์ ดิเรกวัฒนานุกุล ที่นำเพลง ใจรัก มาสู้ งานนี้ไม่มีใครดีกว่าใครเพราะไร้ข้อตำหนิทั้งคู่ แต่คนที่ดูจะถือไพ่เหนือกว่าในสายตาโค้ชโจอี้ คือ ฝน ที่อินกับอารมณ์เพลงและเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกมากกว่า

 

ทีมของ โค้ชคิ้ม จัดสองสาวดีว่าส์รุ่นเล็กประจำทีมอย่าง โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี มากับเพลง สักวันหนึ่ง ดวลกับคู่ต่อกรที่มีภาษีดีมาตั้งแต่รอบแรกอย่าง ฟางข้าว ณัชชา จิตตานนท์ ที่ถูก Steal มาจากทีมโค้ชก้อง เลือกเพลง ตะวันลับฟ้า เพื่อโชว์ลูกคอแบบลูกทุ่งที่ชวนฮือฮา และ ฟางข้าว ก็สร้างความแตกต่างที่เหนือกว่า เข้าตาโค้ชคิ้มที่ตัดสินใจเลือกสาวขนตายาวคนนี้ให้ปล่อยทีเด็ดในรอบ Live ต่อไป

 

มาถึงคู่ฝ่ายชายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายคลึงกัน ลูกทีมโค้ชโจอี้ บอย อย่าง กิต กิตตินันท์ ชินสำราญ มาในเพลงที่เรียกทั้งความฮือฮาและความเฮฮากับเพลง ไอ้หนุ่มผมยาว มา Knock Out กับ อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ ที่ขอสู้แบบฉีกแนวเลือกขายความหวานในเสียงของตัวเองด้วยเพลง ฉันดีใจที่มีเธอ ซึ่งก็ไม่ค้านสายตาเท่าไหร่นักกับการตัดสินใจของโค้ชโจอี้ ที่ต้องยอมให้กับน้ำเสียงและลูกเล่นของกิตที่ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจกว่า

 

คู่สองหนุ่มเสียงบาดอารมณ์ ลูกทีมโค้ชคิ้มที่ถนัดในเพลงสากลด้วยกันทั้งคู่ กลับต้องมาสู้กันเองจนได้ในรอบนี้ปาล์ม นิติภูมิ ภู่กฤษณา เลือกเพลงที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้พลังเสียง อารมณ์ และเทคนิคอย่าง Without You ทว่าคู่ปรับอย่าง นัท กฤษดา พิเศษพัฒนกุล แม้จะเลือกเพลงที่จังหวะเบากว่า แต่เพลงYou’ve Got A Friend ในฉบับของนัทกลับเต็มปด้วยอารมณ์และความลื่นไหลเป็นธรรมชาติกว่า และคว้าตั๋วรอบ Live จากโค้ชคิ้มไปในที่สุด

 

สาวเสียงดีจากทีมโค้ชโจอี้ บอย ที่ถูกจับตามองตั้งแต่รอบแรกอย่าง ริมมี่ นิดา ดูวา ว่าน่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันทรงพลังไปจนถึงรอบ Live กลับทำได้ผิดจากที่หลายๆ คนคาดหวังไว้ในเพลง Emotion ซึ่งยังดีไม่พอที่จะสร้างความต่างอย่างโดดเด่นกว่าของ ฟ้า ฑิฆัมพร ผลิตาภรณ์ ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และข่มคู่แข่งอย่างริมมี่ชัดเจนด้วยเพลง Hopelessly Devoted To You สาวมาดเท่คนนี้จึงได้ไปโชว์ความเท่ต่อไปในรอบ Live ที่เชื่อว่าเธอจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกจับตาในรอบหน้าอย่างแน่นอน

 

สองหนุ่มจากทีมโค้ชคิ้ม ขอลองเลือกเพลงที่ท้าทายตัวเองทั้งคู่ โดย แบงค์ วัชระ กัณธียาภรณ์ หนุ่มโซลแจ๊ส ตัดสินใจเสี่ยงกับเพลง เล่นของสูง ที่ต้องโชว์ความเป็นร็อคที่สุดให้โค้ชได้ตัดสินใจ ขณะที่หนุ่มเสียงนุ่มชวนเคลิ้ม กอล์ฟ สุรเดช วัฒนสุนทรกุล เลือกเพลง สุดใจ เพลงเพื่อชีวิตที่เล่นกับอารมณ์อย่างมาก ซึ่งมีเสียงติงจากโค้ชคิ้มตั้งแต่ช่วงซ้อมที่ยังมองไม่เห็นถึงความเข้าถึงในอารมณ์ลึกซึ้งสุดๆ ของเพลง ซึ่งแน่นอนว่าคู่นี้เป็นคู่ที่ได้รับเสียงวิจารณ์และคำแนะนำจากโค้ชคิ้มจนถึงวินาทีสุดท้าย ซึ่งแม้จะไม่ใช่โชว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทั้งคู่ แต่คนที่ได้เปรียบในความพยายามและความตั้งใจ คือ แบงค์ ที่จะต้องทำการบ้านและแก้ตัวให้ดีที่สุดในรอบต่อไป

 

สัญญาณดราม่าบังเกิดขึ้น เมื่อโค้ชโจอี้ บอย จับเอาคู่ที่ต่างคนต่างมีแฟนประจำของตัวเองมาดวลกัน สาวน้อยมากความสามารถ วี The Voice วิโอเลต วอเทียร์ เลือกเพลง 99 Problems มาท้าชนกับคู่ปรับต่างรุ่น พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ ซึ่งเพิ่งจะสร้างไฮไลท์คู่จิ้นไปในรอบที่แล้ว ขายความเป็นร็อคแนวถนัดกับเพลง สบายดี ซึ่งคู่นี้มีความแตกต่างกันในหลายๆ เรื่อง และอาจเป็นความยากของ วี ที่เลือกเพลงซึ่งไกลตัวมาร้องแต่ไม่อาจสร้างเอกลักษณ์และความต่างอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ ความได้เปรียบจึงตกเป็นของ พละ ที่เลือกเพลงมาโชว์แบบใกล้ตัวจึงทำให้ดูสบายและเข้าถึงง่ายกว่า ทำให้แฟนคลับของสาววีต้องอกหักด้วยความเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้

 

ไฮไลท์ประจำสัปดาห์อยู่ที่คู่สุดท้ายเสมอ เช่นเดียวกับสัปดาห์นี้ที่กลายเป็นโชว์ซึ่งถูกพูดถึงหลังจบรายการมากที่สุด สาวฮาและรั่ว แนน ลลิตา จึงวัฒนกิจ ที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อเวที The Voice ยอมสลัดความรั่วของตัวเองกลายเป็นสาวมาดนิ่งเค้นอารมณ์กับเพลง ฉันไม่ใช่นางเอก เพื่อดวลกับสาวที่สร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุด ลูกพีช รพีพร ตันตระกูล ซึ่งก็ทิ้งมาดใสแบ๊วน่ารักมาเปล่งพลังในเพลง Titanium ที่ฉีกอารมณ์อย่างสุดๆ ซึ่งผู้ชมมองว่า การฉีกแนวจากเรียบร้อยไปเป็นสาวจอมพลัง ย่อมเห็นความต่างมากกว่าการเก็บลีลาเอนเตอร์เทนมาเป็นความนิ่งขรึมแบบแนน แต่การตัดสินใจของโค้ชคิ้มนั้นให้เหตุผลในการเลือก แนน เข้าสู่รอบ Live ได้น่าสนใจว่า เป็นความยากในการทำโชว์เค้นอารมณ์จากเบื้องลึก และ แนน ก็ทำได้ตรงกับที่ใจของโค้ชต้องการมากกว่านั่นเอง

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

เพราะเป็นผู้เข้าแข่งขัน The Voice Thailand Season 2 ที่ถูกจับตามองเรื่องความโดดเด่นของน้ำเสียง แถมยังมีใบหน้าสวยหวานไม่เป็นรองใคร ทำให้ ฟางข้าว The Voice ณัชชา จิตตานนท์ เป็นอีกหนึ่งนักร้องบนเวที The Voice ที่มีกองเชียร์แอบลุ้นแอบเทใจให้ในทุกรอบ อีกทั้งล่าสุดเธอก็ได้ผ่านรอบ Knock Out เข้าสู่รอบ Live ไปเป็นที่เรียบร้อย จากโชว์สุดประทับใจของเธอนั่นเอง

แต่ถึงกระนั้น ควันหลงจากโชว์รอบ Knock Out ที่ผ่านมา ก็มีคนสังเกตเห็นว่า การแต่งหน้าของ ฟางข้าว คล้ายจะมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติและดึงดูดสายตาผู้ชมโดยไม่ตั้งใจจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างครึกครื้น นั่นคือ ขนตาปลอมที่ประดับดวงตา โดยเฉพาะขนตาล่างที่ดูจะทะลุออกมานอกจอให้ผู้ชมทางบ้านใจหายใจคว่ำเล่น จนมีรายการฟ้องด้วยภาพเกิดขึ้นทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งใครที่ติดตามทวิตเตอร์ของ The Voice Thailand ผ่านทางแฮชแท็ก #ThevoiceTH ก็คงจะผ่านตาพอสมควรกับการรีทวีตภาพจากโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บางคนถึงกับโพสแนะนำวิธีติดขนตาให้กับเธอก็มี ซึ่ง ฟางข้าวเอง ก็เปิดใจว่า ภาพที่ออกมาไม่ใช่ความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุแต่อย่างใด แต่เป็นความตั้งใจที่จะแต่งตาแบบนี้เพราะกำลังเป็นเทรนด์ฮิต อีกทั้งยังยืนยันที่จะแต่งขนตาตามอย่างที่เธอชอบในรอบหน้าอีกด้วย

สำหรับ ฟางข้าว The Voice นั้น ผ่านเข้าสู่รอบแรก Blind Audition จากการร้องในเพลง Love of My Life ที่นำเอาเพลงบัลลาดร็อคอมตะมาใส่เอกลักษณ์ในน้ำเสียงของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ โดยเลือกอยู่กับทีมของโค้ชก้อง สหรัถ จากนั้นเข้าสู่รอบ Battle ก็ถูกจับคู่ให้ต้องต่อสู้กับดีว่าส์ตัวแม่อย่าง เก่ง ณัฐิฏา ศรียานนท์ ในเพลง Saving All My Love For You ซึ่งแม้จะเป็นฝ่ายแพ้แต่ก็ยังได้รับโอกาสอีกครั้งจากโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ในการ Steal เข้าสู่ทีม กระทั่งมาถึงรอบ Knock Out ที่ถูกจับประกบกับ โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี ซึ่ง ฟางข้าว ก็เลือกที่จะร้องเพลงลูกทุ่งอย่างเพลง ตะวันลับฟ้า สร้างความท้าทายเรียกโอกาสจากโค้ชจนสามารถก้าวเข้าสู่รอบ Live ได้สำเร็จ

แต่ไม่ว่าเมคอัพลุคของสาวคนนี้จะทำให้ใครหลายคนแอบกลัวอยู่ในใจ แต่ก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า เธอสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้ เพราะมีเสียงเป็นใบเบิกทาง 

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

Page 10 of 22« First...89101112...20...Last »