Tag Archive: เพลงใหม่ล่าสุด

 

หลังจากผ่านรอบ Knock Out ในสัปดาห์แรก ก็ดูเหมือนว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์รายการ The Voice Thailand Season 2 ในด้านต่างๆ ทั้งบวกและลบจะหลั่งใหลจนกลายเป็นกระแสอย่างมากในช่วงต้นสัปดาห์

ในส่วนของโค้ชเองก็ถูกจับตามองไม่น้อยเช่นกัน โดยสัปดาห์แรกนั้น ทีมของ โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม และ โค้ช โจอี้ บอย เป็นสองทีมที่ต้องแข่งขันในรอบ Knock Out เมื่อผลของการประกบคู่และการเลือกผู้เข้าแข่งขันบางคนเข้าสู่รอบ Live ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผู้ชมต้องการ ก็จะมีเสียงตำหนิติบ่นต่างๆ นานาไปถึงตัวโค้ชอย่างเลี่ยงไม่ได้ จังหวะเหมาะเมื่อโค้ชโจอี้ บอย ได้มานั่งเปิดใจให้แฟนๆ รายการที่ยังสงสัยในหลายๆ เรื่องได้เคลียร์ในหลายๆ ประเด็น ก็น่าจะช่วยลดอุณหภูมิความเดือดของผู้ชมให้เย็นลงบ้าง อย่างน้อยก็ก่อนที่รอบ Knock Out ของทีมโค้ชก้อง และทีมโค้ชแสตมป์ จะตามมาในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

เพราะเป็น 2 ทีมแรกที่ต้องแข่งรอบ Knock Out ผลจากการเลือกของทั้ง 2 โค้ช จึงถูกจับตามองในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

 

ยกแรกก็มีเดือด! แฟนๆ The Voice Thailand Season 2 รุมวิพากษ์คู่ Knock Out คนเข้าตากลับไม่ผ่าน ค้านเสียงโค้ชที่ยืนยันไม่ได้เลือกที่ใครเก่งกว่า แต่มองหาคนที่เอาอยู่ในรอบ Live

เข้าสู่รอบ knock Out ของ The Voice Thailand Season 2 โดยประเดิมสัปดาห์แรกก็เจอกับศึกชนช้างทันที ไม่ว่าจะเป็นคู่ตัวพ่อ คู่ตัวแม่ ไปจนถึงคู่ตัวเอกของรายการ แม้บางคนจะบอกว่าค้านสายตากับการตัดสินใจของโค้ชในบางคู่ก็ตาม โดยกติกาของรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมจะต้องมาดวลไมค์กันเองในเพลงที่ผู้เข้าแข่งขันเลือกเองซึ่งจะเป็นการวัดฝีมือของแต่ละคนอย่างแท้จริง และในรอบนี้จะไม่มีการ Steal จากทีมอื่นอีกต่อไป เท่ากับว่าหากใครไม่ได้ถูกเลือก ก็จะต้องตกรอบไปในทันที

 

เริ่มกันที่คู่เสียงสวรรค์จากทีมโค้ชโจอี้ บอย ฝน วารุณี จันทรศิริรังษี เลือกเพลง ภาวนา มาข่มขวัญ ปุยฝ้าย ชวัลลักษณ์ ดิเรกวัฒนานุกุล ที่นำเพลง ใจรัก มาสู้ งานนี้ไม่มีใครดีกว่าใครเพราะไร้ข้อตำหนิทั้งคู่ แต่คนที่ดูจะถือไพ่เหนือกว่าในสายตาโค้ชโจอี้ คือ ฝน ที่อินกับอารมณ์เพลงและเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกมากกว่า

 

ทีมของ โค้ชคิ้ม จัดสองสาวดีว่าส์รุ่นเล็กประจำทีมอย่าง โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี มากับเพลง สักวันหนึ่ง ดวลกับคู่ต่อกรที่มีภาษีดีมาตั้งแต่รอบแรกอย่าง ฟางข้าว ณัชชา จิตตานนท์ ที่ถูก Steal มาจากทีมโค้ชก้อง เลือกเพลง ตะวันลับฟ้า เพื่อโชว์ลูกคอแบบลูกทุ่งที่ชวนฮือฮา และ ฟางข้าว ก็สร้างความแตกต่างที่เหนือกว่า เข้าตาโค้ชคิ้มที่ตัดสินใจเลือกสาวขนตายาวคนนี้ให้ปล่อยทีเด็ดในรอบ Live ต่อไป

 

มาถึงคู่ฝ่ายชายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายคลึงกัน ลูกทีมโค้ชโจอี้ บอย อย่าง กิต กิตตินันท์ ชินสำราญ มาในเพลงที่เรียกทั้งความฮือฮาและความเฮฮากับเพลง ไอ้หนุ่มผมยาว มา Knock Out กับ อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ ที่ขอสู้แบบฉีกแนวเลือกขายความหวานในเสียงของตัวเองด้วยเพลง ฉันดีใจที่มีเธอ ซึ่งก็ไม่ค้านสายตาเท่าไหร่นักกับการตัดสินใจของโค้ชโจอี้ ที่ต้องยอมให้กับน้ำเสียงและลูกเล่นของกิตที่ทำได้น่าตื่นตาตื่นใจกว่า

 

คู่สองหนุ่มเสียงบาดอารมณ์ ลูกทีมโค้ชคิ้มที่ถนัดในเพลงสากลด้วยกันทั้งคู่ กลับต้องมาสู้กันเองจนได้ในรอบนี้ปาล์ม นิติภูมิ ภู่กฤษณา เลือกเพลงที่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ใช้พลังเสียง อารมณ์ และเทคนิคอย่าง Without You ทว่าคู่ปรับอย่าง นัท กฤษดา พิเศษพัฒนกุล แม้จะเลือกเพลงที่จังหวะเบากว่า แต่เพลงYou’ve Got A Friend ในฉบับของนัทกลับเต็มปด้วยอารมณ์และความลื่นไหลเป็นธรรมชาติกว่า และคว้าตั๋วรอบ Live จากโค้ชคิ้มไปในที่สุด

 

สาวเสียงดีจากทีมโค้ชโจอี้ บอย ที่ถูกจับตามองตั้งแต่รอบแรกอย่าง ริมมี่ นิดา ดูวา ว่าน่าจะเป็นผู้เข้าแข่งขันทรงพลังไปจนถึงรอบ Live กลับทำได้ผิดจากที่หลายๆ คนคาดหวังไว้ในเพลง Emotion ซึ่งยังดีไม่พอที่จะสร้างความต่างอย่างโดดเด่นกว่าของ ฟ้า ฑิฆัมพร ผลิตาภรณ์ ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และข่มคู่แข่งอย่างริมมี่ชัดเจนด้วยเพลง Hopelessly Devoted To You สาวมาดเท่คนนี้จึงได้ไปโชว์ความเท่ต่อไปในรอบ Live ที่เชื่อว่าเธอจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกจับตาในรอบหน้าอย่างแน่นอน

 

สองหนุ่มจากทีมโค้ชคิ้ม ขอลองเลือกเพลงที่ท้าทายตัวเองทั้งคู่ โดย แบงค์ วัชระ กัณธียาภรณ์ หนุ่มโซลแจ๊ส ตัดสินใจเสี่ยงกับเพลง เล่นของสูง ที่ต้องโชว์ความเป็นร็อคที่สุดให้โค้ชได้ตัดสินใจ ขณะที่หนุ่มเสียงนุ่มชวนเคลิ้ม กอล์ฟ สุรเดช วัฒนสุนทรกุล เลือกเพลง สุดใจ เพลงเพื่อชีวิตที่เล่นกับอารมณ์อย่างมาก ซึ่งมีเสียงติงจากโค้ชคิ้มตั้งแต่ช่วงซ้อมที่ยังมองไม่เห็นถึงความเข้าถึงในอารมณ์ลึกซึ้งสุดๆ ของเพลง ซึ่งแน่นอนว่าคู่นี้เป็นคู่ที่ได้รับเสียงวิจารณ์และคำแนะนำจากโค้ชคิ้มจนถึงวินาทีสุดท้าย ซึ่งแม้จะไม่ใช่โชว์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทั้งคู่ แต่คนที่ได้เปรียบในความพยายามและความตั้งใจ คือ แบงค์ ที่จะต้องทำการบ้านและแก้ตัวให้ดีที่สุดในรอบต่อไป

 

สัญญาณดราม่าบังเกิดขึ้น เมื่อโค้ชโจอี้ บอย จับเอาคู่ที่ต่างคนต่างมีแฟนประจำของตัวเองมาดวลกัน สาวน้อยมากความสามารถ วี The Voice วิโอเลต วอเทียร์ เลือกเพลง 99 Problems มาท้าชนกับคู่ปรับต่างรุ่น พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ ซึ่งเพิ่งจะสร้างไฮไลท์คู่จิ้นไปในรอบที่แล้ว ขายความเป็นร็อคแนวถนัดกับเพลง สบายดี ซึ่งคู่นี้มีความแตกต่างกันในหลายๆ เรื่อง และอาจเป็นความยากของ วี ที่เลือกเพลงซึ่งไกลตัวมาร้องแต่ไม่อาจสร้างเอกลักษณ์และความต่างอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้ ความได้เปรียบจึงตกเป็นของ พละ ที่เลือกเพลงมาโชว์แบบใกล้ตัวจึงทำให้ดูสบายและเข้าถึงง่ายกว่า ทำให้แฟนคลับของสาววีต้องอกหักด้วยความเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้

 

ไฮไลท์ประจำสัปดาห์อยู่ที่คู่สุดท้ายเสมอ เช่นเดียวกับสัปดาห์นี้ที่กลายเป็นโชว์ซึ่งถูกพูดถึงหลังจบรายการมากที่สุด สาวฮาและรั่ว แนน ลลิตา จึงวัฒนกิจ ที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อเวที The Voice ยอมสลัดความรั่วของตัวเองกลายเป็นสาวมาดนิ่งเค้นอารมณ์กับเพลง ฉันไม่ใช่นางเอก เพื่อดวลกับสาวที่สร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุด ลูกพีช รพีพร ตันตระกูล ซึ่งก็ทิ้งมาดใสแบ๊วน่ารักมาเปล่งพลังในเพลง Titanium ที่ฉีกอารมณ์อย่างสุดๆ ซึ่งผู้ชมมองว่า การฉีกแนวจากเรียบร้อยไปเป็นสาวจอมพลัง ย่อมเห็นความต่างมากกว่าการเก็บลีลาเอนเตอร์เทนมาเป็นความนิ่งขรึมแบบแนน แต่การตัดสินใจของโค้ชคิ้มนั้นให้เหตุผลในการเลือก แนน เข้าสู่รอบ Live ได้น่าสนใจว่า เป็นความยากในการทำโชว์เค้นอารมณ์จากเบื้องลึก และ แนน ก็ทำได้ตรงกับที่ใจของโค้ชต้องการมากกว่านั่นเอง

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

เพราะเป็นผู้เข้าแข่งขัน The Voice Thailand Season 2 ที่ถูกจับตามองเรื่องความโดดเด่นของน้ำเสียง แถมยังมีใบหน้าสวยหวานไม่เป็นรองใคร ทำให้ ฟางข้าว The Voice ณัชชา จิตตานนท์ เป็นอีกหนึ่งนักร้องบนเวที The Voice ที่มีกองเชียร์แอบลุ้นแอบเทใจให้ในทุกรอบ อีกทั้งล่าสุดเธอก็ได้ผ่านรอบ Knock Out เข้าสู่รอบ Live ไปเป็นที่เรียบร้อย จากโชว์สุดประทับใจของเธอนั่นเอง

แต่ถึงกระนั้น ควันหลงจากโชว์รอบ Knock Out ที่ผ่านมา ก็มีคนสังเกตเห็นว่า การแต่งหน้าของ ฟางข้าว คล้ายจะมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติและดึงดูดสายตาผู้ชมโดยไม่ตั้งใจจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างครึกครื้น นั่นคือ ขนตาปลอมที่ประดับดวงตา โดยเฉพาะขนตาล่างที่ดูจะทะลุออกมานอกจอให้ผู้ชมทางบ้านใจหายใจคว่ำเล่น จนมีรายการฟ้องด้วยภาพเกิดขึ้นทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งใครที่ติดตามทวิตเตอร์ของ The Voice Thailand ผ่านทางแฮชแท็ก #ThevoiceTH ก็คงจะผ่านตาพอสมควรกับการรีทวีตภาพจากโชว์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา บางคนถึงกับโพสแนะนำวิธีติดขนตาให้กับเธอก็มี ซึ่ง ฟางข้าวเอง ก็เปิดใจว่า ภาพที่ออกมาไม่ใช่ความผิดพลาดหรืออุบัติเหตุแต่อย่างใด แต่เป็นความตั้งใจที่จะแต่งตาแบบนี้เพราะกำลังเป็นเทรนด์ฮิต อีกทั้งยังยืนยันที่จะแต่งขนตาตามอย่างที่เธอชอบในรอบหน้าอีกด้วย

สำหรับ ฟางข้าว The Voice นั้น ผ่านเข้าสู่รอบแรก Blind Audition จากการร้องในเพลง Love of My Life ที่นำเอาเพลงบัลลาดร็อคอมตะมาใส่เอกลักษณ์ในน้ำเสียงของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ โดยเลือกอยู่กับทีมของโค้ชก้อง สหรัถ จากนั้นเข้าสู่รอบ Battle ก็ถูกจับคู่ให้ต้องต่อสู้กับดีว่าส์ตัวแม่อย่าง เก่ง ณัฐิฏา ศรียานนท์ ในเพลง Saving All My Love For You ซึ่งแม้จะเป็นฝ่ายแพ้แต่ก็ยังได้รับโอกาสอีกครั้งจากโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ในการ Steal เข้าสู่ทีม กระทั่งมาถึงรอบ Knock Out ที่ถูกจับประกบกับ โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี ซึ่ง ฟางข้าว ก็เลือกที่จะร้องเพลงลูกทุ่งอย่างเพลง ตะวันลับฟ้า สร้างความท้าทายเรียกโอกาสจากโค้ชจนสามารถก้าวเข้าสู่รอบ Live ได้สำเร็จ

แต่ไม่ว่าเมคอัพลุคของสาวคนนี้จะทำให้ใครหลายคนแอบกลัวอยู่ในใจ แต่ก็เป็นบทพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่า เธอสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้ เพราะมีเสียงเป็นใบเบิกทาง 

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

มันส์จนหยดสุดท้าย ทั้งเรื่องของคู่จิ้น เรื่องความร้อนแรงจากคู่ Battle ที่ทรงพลัง ทำให้สัปดาห์ปิดฉากรอบ Battle ของ The Voice Thailand Season 2 ปิดฉากอย่างสุดมันส์และทิ้งความประทับใจมากมายกับแฟนรายการที่ติดตามชมในวันนั้น

เพื่อไม่ให้เวลาแห่งความมันส์ขาดช่วง The Voice Thailand Season 2 จึงเดินหน้าต่อทันที กับการเปิดฉากรอบ Knock Out ที่จะเปลี่ยนเวทีให้เป็นสมรภูมิรบทางเสียงเพลงของยอดนักรบจากทั้ง 4 ทีม ที่ฝ่าด่านรอบ Battle และผ่านการชี้ชะตาด้วยการ Steal สำหรับบางท่าน

 

 สำหรับกติกาในรอบ Knock Out นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือของแต่ละทีม จะต้องจับคู่ Knock Out กันเอง เพื่อพิชิตตั๋วเดินทางเข้าสู่รอบ Live โดยรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะเป็นคนเลือกบทเพลงเอง ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนก็จะต้องพยายามเลือกเพลงที่ตนเองถนัดที่สุดมาเพื่อ “น็อค” คู่แข่งบนเวทีเดียวกัน ใครนิ่งที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุด และโชว์ความเป็น The Voice ได้มากที่สุด จะถือว่าเป็นหมัดเด็ดที่จะโดนใจโค้ช พร้อมกับคว้าตั๋วเดินทางเข้าสู่รอบ Live ต่อไป

ส่วนใครจะได้จับคู่เพื่อ Knock Out กับใคร และผลที่ออกมาว่าใครบ้างที่จะได้รับการชูมือพร้อมได้รับตั๋วเพื่อเข้าสู่รอบ Live มาร่วมชมหมัดน็อคพลังแห่งเสียงและความสนุกได้ใน The Voice Thailand Season 2 อาทิตย์ที่  17  พฤศจิกายนนี้เวลา 17.45-19.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

ทีม โค้ชก้อง สหรัถ

ทีม โค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม

ทีม โค้ชโจอี้ บอย

ทีม โค้ชแสตมป์ อภิวัชร์

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

ปิดฉากรอบ Battle อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ได้ผู้เข้าแข่งขันสู่รอบ Knockout ที่เข้มข้นยิ่งกว่า สำหรับ The Voice Thailand Season 2 ซึ่งที่สุดแล้ว แต่ละคนก็ฝ่าฟันความท้าทายและการวัดใจโค้ชที่ตัดสินใจ Steal จนกระทั่งได้ผู้เข้าแข่งขันที่กำลังจะกลายเป็นตัวจริง เสียงจริง คนใหม่ของรายการ

ความสมบูรณ์แบบในสัปดาห์ที่ 10 เริ่มขึ้นตั้งแต่คู่แรกจากทีมโค้ชก้อง ระหว่างสาวเสียงเท่ห์เสน่ห์สะกดใจ นิค ญาดา วงษ์ยี่หวา กับสาวเสียงใสราวกับแก้วเนื้อดี แก้ว กิตติมา พูลวงษ์ ช่วยกันสร้างความกลมกล่อมในเพลงกลับคำเสีย ที่ตรึงผู้ชมไว้ให้หยุดฟังอย่างตั้งใจและไม่มีใครปฏิเสธในความครบเครื่องของทั้งคู่ จึงเป็นอีกครั้งที่โค้ชก้องต้องลำบากใจ แต่สุดท้าย ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ นิค ก็พาให้สาวเสียงเท่คนนี้ผ่านเข้าสู่รอบ Knockout ได้สำเร็จ

 

ขณะที่คู่หวานจากทีมโค้ชคิ้ม จากที่ร้องเพลงสากลกันมาจากรอบ Blind Audition ทั้งคู่ ต้องมาดวลไมค์กันในเพลงลูกกรุงประยุกต์สไตล์โมเดิร์น โปรดเถิดดวงใจ สองหนุ่มเสียงรัญจวนใจ แพ็ค วิริทธิ์พล กมลชัยณิชกุลและ ปาล์ม นิติภูมิ ภู่กฤษณา ความต่างที่ชัดเจนแต่สไตล์เดียวกัน ทำให้โค้ชคิ้มเอ่ยปากอยากเก็บไว้ทั้งคู่ แต่คนที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างเข้าถึงกว่าในโจทย์เพลงที่ไม่ถนัดทั้งคู่นี้ โค้ชคิ้ม ตัดสินใจเลือก ปาล์ม ให้ได้ตามหาความสำเร็จต่อไปในรอบ Knockout

 

 คู่หูเด็กแนวจากทีมโค้ชแสตมป์ ขึ้นเวทีมาสร้างความต่างอย่างน่าลุ้นและน่าสนใจที่สุดคู่หนึ่งในปีนี้ สองสาวอูคูเลเล่ ดรีม ภัทราพร ช้างยอด ประกบกับเพื่อนสไตล์เดียวกัน ปอย เอื้องปอย บุญมา ซึ่งเป็นคู่ที่ โค้ชโจอี้ บอย อธิบายความเป็นตัวตนและความคิดสร้างสรรค์ของทั้งคู่ได้อย่างเห็นภาพที่สุด และยังได้รับคำชมว่าทำได้ดีกว่าตอนซ้อม ทว่าคนที่ทำได้ถึงอารมณ์โค้ชแสตมป์ คือ ปอย ที่จะได้โอกาสโชว์ฝีมือที่ท้าทายกว่าในรอบ Knockout

 

โชว์ที่หลากหลายครบเครื่องสั่งลาวีคสุดท้ายของรอบ Battle ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความหวานและความแนว แต่โชว์พ่นไฟในตำนานก็ได้เกิดขึ้นแล้วอีกครั้งในรอบนี้จากการพบกันของสองดีว่าส์ แตงโม วัลย์ลิกา เกศวพิทักษ์และ ติ๊ก ภัทรีรัตน์ สงวนศักดิ์ ที่ช่วยกันทำให้เพลง แตกหัก กลายเป็นโชว์ที่พังทลายบรรยากาศดูสนุกสนานแถมด้วยการด้นสดแบบสุดพลัง จนสาวแซ่บอย่างแตงโมถึงกับถูกแซวว่าน่าจะเป็นมะม่วงเพราะชวนเข็ดฟัน ซึ่งแม้ทั้งคู่จะทำโชว์ออกมาได้อย่างถึงอกถึงใจพระเดชพระคุณ แต่ลูกเล่นที่เหนือกว่ารอบด้านของ แตงโม ทำให้โค้ชก้องต้องตัดสินใจเลือก แตงโม ให้ได้อยู่ปล่อยของในรอบต่อไป

พลังดีว่าส์ผ่านไป ก็ยังมีพลังดีโว่ส์จากหนุ่มเสียงคุณภาพขั้นเทพ นัท กฤษดา พิเศษพัฒนกุล และ แก๊ป ชโนวัจน์ พิริสัยสันติ ในเพลงสากล Me & Mrs. Jones ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นพระกาฬแห่งฝ่ายชายของรายการนี้โดยแท้ ซึ่งแม้โค้ชคิ้มจะเก็บนัทไว้ให้ได้ไปต่อ แต่ด้วยสิทธิ์ในการ Steal ที่เหลืออยู่อีก 1 คนของ โค้ชก้อง ก็ทำให้แก็ป ยังได้รับโอกาสอันมีค่าในการฝ่าฟันต่อไปในรอบ Knockout ซึ่งไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นแคนดิเดทจนถึงรอบสุดท้ายของรายการก็เป็นได้

ไฮไลท์ส่งท้ายความสุดยอดของรอบ Battle ยกให้กับคู่เก๋จากทีมโค้ชโจอี้ บอย พละ ธนพล มหัทธนาดุลย์ กับหมอฟันเสียงใส ส้ม ชัญญาณัฏฐ์ ภูวโชติพิพัฒน์ ที่ผู้ชมและผู้ฟังนั่งลุ้นกับช่วงขึ้นต้นแต่ก็ทำให้โชว์นี้อิ่มเอมหัวใจเมื่อได้ฟังต่อไปจนจบ และโชว์จากคู่นี้้ก็ทำให้ผู้ชมถึงกับ ชัดเจน ตามชื่อเพลง เมื่อความอินในบทเพลงทำให้พละต้องคว้าส้มมาสวมกอด จนโค้ชของทั้งคู่ถึงกับร้องลั่น ซึ่งเคมีของทั้งคู่คือสิ่งที่โค้ชโจอี้หวั่นใจก่อนขึ้นเวที แต่ทั้งคู่ก็ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ และความประทับใจในมือโปรอย่าง พละ ที่ช่วยทำให้บรรยากาศของโชว์ดูลื่นไหล ก็ทำให้โค้ช โจอี้ บอย ขอให้อยู่ต่อไปในรอบ Knockout

 

ติดตามเพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังวิทยุออนไลน์ ได้ที่ : http://radio.sanook.com/

ขอบคุณ :  sanook.com 

Page 10 of 73« First...89101112...203040...Last »