Tag Archive: The Voice Thailand

 

ใช่ว่าจะมีแต่หนุ่มๆ ที่ตกหลุมรัก ตุ๊กตา The Voice จนสมัครเป็นแฟนรายการ  กันทั่วไทย แต่สาวๆ ที่ติดตามชมรายการมาตั้งแต่เทปแรก ก็น่าจะมีหนุ่มหน้าใสเสียงสะกดใจคนนี้เป็นคนโปรดประจำซีซั่นเช่นกัน

โอปอล์ ประพุทธ์ พิมพามา หนุ่มหล่อจากทีมโค้ชก้อง ที่แม้จะมีความเป็นร็อคไม่เท่าหนุ่มๆ คนอื่นในทีม แต่เอกลักษณ์ในน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ มีลูกอ้อนที่เหลือร้าย นับจากสัปดาห์แรกที่ผ่านเข้ารอบ Blind Audition มาจนถึงรอบ Battle ในสัปดาห์ที่ผ่านมากับหนุ่มเสียงพริ้ว อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ ที่่ทั้งคู่ร้องเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ในรอบนั้น ทำเอาหลายคนเคลิบเคลิ้มและสมหวังกองเชียร์ที่ทั้งคู่ยังไม่มีใครต้องเดินออกจากรายการ

“เขาหล่อมาเลย ผมก็ยาว ใจผมก็คิด แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้” เป็นความรู้สึกของ อ้น หลังจากรู้ว่าจะต้องได้มาแบทเทิลกับกับหนุ่มโอปอล์ ซึ่งต่างคนต่างก็ยอมรับในความสามารถของกันและกัน ทั้งคู่ทำโชว์ออกมาได้สุดยอดจนผู้ชมและโค้ชทั้งสี่สัมผัสได้

 

 

โอปอล์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี มีงานประจำคือร้องเพลงและเล่นดนตรีอยู่ที่ร้าน Share of Mind Pub & Restaurent ซึ่งร้านนี้มีแนวโน้มว่าอาจจะกลายเป็นศูนย์รวมของนักร้อง The Voice ที่สามารถเรียกลูกค้าได้เต็มร้าน เพราะยังมีทั้งหนุ่มร็อค แซม เสริมศาสตร์ เดอโรซาริโอ และ หนุ่มปาล์ม นิติภูมิ ภู่กฤษณา จากทีมโค้ชคิ้ม ที่เป็นนักร้องประจำของร้านนี้อีกด้วย

ลองมาย้อนอดีตดู โอปอล์ ก่อนจะมาเป็นหนึ่งใน The Voice อย่างทุกวันนี้ ว่าหนุ่มเสียงดีเขามีพรสวรรค์และฝีมือติดตัวมาไม่น้อยหน้าคนอื่นเลยจริงๆ

 

รวมเพลงฮิต ศิลปิน The Voice ไว้ที่นี่!!

 

 

โอปอล์ ในมาดหนุ่มผมยาวกับการคัฟเวอร์เพลง I Can’t Tell You Why เมื่อสองปีก่อน


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 


โอปอล์ The Voice Thailand Season 2

 

เมื่อพูดถึงโค้ชทั้งสี่ท่านของ  นอกจากความฮาและการแลกมุกกันในรายการแล้ว สิ่งที่ทำให้ผู้ชมสนใจและชวนติดตามคือ ความแตกต่างในด้านการทำทีมของโค้ชแต่ละคน ซึ่งต่างก็มีสไตล์เฉพาะตัวตามความถนัดกันไป เมื่อเรานึกถึงโค้ชก้อง สหรัถ เราก็จะนึกถึงขุนพลชาวร็อคเต็มทีม หรือหากนึกถึงโค้ชเจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็จะนึกถึงเหล่านักร้องเสียงพรสวรรค์ หรือถ้าเป็นทีมโค้ชโจอี้ บอย ก็จะนึกถึงคาแรคเตอร์ที่เป็นของตัวเองแบบสุดๆ และมีสไตล์ที่หลากหลายแต่พร้อมจะลุยและมันส์ได้ทุกเมื่อ

แต่สำหรับทีมโค้ช แสตมป์ อภิวัชร์ หลายคนอาจจะมองว่า นี่คือทีมที่เรียบง่ายที่สุดของ The Voice Thailandซึ่งหากมองจากภายนอกแล้ว สไตล์ของโค้ชแสตมป์เองก็อาจเป็นแบบนั้น ซึ่งโค้ชอารมณ์ดีก็ยอมรับว่า ลูกทีมของตัวเองแต่ละคนอาจไม่ได้มีพลังร้อนแรงเหมือนทีมคู่แข่ง แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเข้ากันได้ดีคือ ความน่ารักในแบบของตัวเอง แฝงความเป็นอินดี้เล็กๆ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ทัศนคติที่ดีต่อการแข่งขัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โค้ชแสตมป์กล้าพูดได้เต็มปากว่า ลูกทีมของเขาทุกคนไม่ใช่แค่นักร้อง แต่เป็น “ศิลปิน” และเป็นเสียงจริง ตัวจริง ไม่แพ้ผู้เข้าแข่งทีมอื่นๆ

 

ลองมาฟังโค้ชขวัญใจสาวๆ เล่าถึงลูกทีมของตัวเอง ที่มีทั้งสาวเสียงดีที่ทำให้คนไทยกว่าค่อนประเทศตกหลุมรักอย่าง ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง และเป็นตัวเก็งของปีนี้ที่หลายคนจับตา, หนุ่มร็อคลูกชิ้นปิ้งมาดซื่อแต่จริงใจสงกรานต์, เมย์ ฝนพา ว่าที่คุณแม่ที่รักการร้องเพลง เจ้าของแววตาที่มีแต่รอยยิ้มและความสุข รวมถึงเคมีที่ขับเคลื่อนกันอย่างลงตัวจนทำให้ทีมนี้ เป็นอีกหนึ่งทีมที่แฟนๆ The Voice Thailand เทกำลังใจเชียร์อย่างเต็มที่ รวมถึงการได้ ไก่ สุธี แสงเสรีชน คนดนตรีคุณภาพมาเป็นโค้ชผู้ช่วยที่ทำให้เจ้าตัวมั่นใจว่า ทีมของตัวเองปีนี้คุณภาพคับแก้วแน่นอน

 

คลิกฟังเพลง เกี่ยวกับเธอ : แสตมป์ อภิวัชร์

 

 

 

สัปดาห์ที่ 2 ของรอบ Battle ใน  เข้มข้นขึ้นอีกระดับกับการประชันเสียงและการคว้าตัวผู้แพ้กลับมาอยู่ต่อในรายการอีกครั้งกับกติกา Steal ที่ทำให้รายการเข้มข้นขึ้น การดวลไมค์ของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีมในสัปดาห์นี้ มีหลายคู่ที่น่าจับตาและหลายคนที่น่าเสียดายเมื่อไม่ได้รับโอกาสในการ Steal จากโค้ช ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่สมหวังได้อยู่ต่อไปในการแข่งขันอีกหลายคนเช่นกัน

แค่เพียงคู่แรกความขลังก็ปกคลุมรายการทันที เมื่อสองสาวเสียงสไตล์คลาสสิคัล โอปอล์ อชิรญาณ์ ศุภลักษณ์นารี และ ปูเป้ ภาณุนาถ บุญฤทธิ์โชค ลูกทีมของโค้ชคิ้ม มาร่ายเวทมนตร์ใส่กันในเพลงร็อค Bring Me To Life ที่ความเป็นนักร้องคลาสสิคของพวกเธอปลุกบรรยากาศแบบกอธิคในรายการได้อย่างน่าสนใจจนถูกยกให้เป็นโชว์ที่ดีที่สุดอีกโชว์หนึ่งประจำสัปดาห์ ทว่าความนิ่งของ โอปอล์ ที่คุมเพลงได้อยู่หมัด ทำให้โค้ชคิ้มต้องตัดสินใจเก็บเธอไว้ในรอบ Knock Out

อีกหนึ่งโอปอล์แต่เป็นโอปอล์ฉบับชายหนุ่ม ประพุทธ์ พิมพามา และ อ้น กันณพงศ์ ธาระเขตร์ จากทีมโค้ชก้อง เอาความนุ่มนวลมาสู้กันในรอบนี้ด้วยเพลง อยู่ต่อเลยได้ไหม ซึ่งหนุ่มอ้นนั้นดูจะหวาดหวั่นคู่แข่งตั้งแต่ตอนซ้อม เพราะออกมาพูดติดตลกว่า โอปอล์ หล่อกว่า ใส่กว่า แถมผมยังยาวกว่า ซึ่งความต่างของทั้งคู่คือฝั่งโอปอล์นั้นมีลูกเล่นลื่นไหลและทำอะไรได้อีกมากมาย ขณะที่ อ้น ก็มีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ซึ่งโค้ชก้อง ต้องเลือก โอปอล์ ที่ทำได้เป๊ะกว่า แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ โค้ช โจอี้ บอย ตัดสินใจ Steal อ้น เข้าทีม ด้วยเหตุผลที่อยากให้อยู่ต่อคือชอบในสไตล์และน้ำเสียงนั่นเอง

 

มาที่ลูกทีมระดับพระกาฬของโค้ชโจอี้ บอย ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมจอมเทคนิคที่มักจะหาอะไรแปลกๆ ให้ลูกทีมทำตลอดเวลา สัปดาห์นี้ถึงคิวของ กิต กิตตินันท์ ชินสำราญ และ เบ็น ปัณจภรณ์ เอี่ยมวิจารณ์ กับเพลงTime of My Life ความน่าสนใจของคู่นี้คือเมื่อนักร้องโอเปร่ามาพบกับสาวสไตล์แจ๊สก็ว่าแปลกแล้ว แต่ทั้งคู่ยังต้องมาแบทเทิลกันด้วยหมัดเด็ดคือการแร็พอันน่าทึ่ง ซึ่งฝีมืออันไร้เทียมทานก็ทำให้ทั้งคู่ยังได้อยู่ต่อในรายการ โดยโค้ช โจอี้ บอย เลือก กิต ที่ประสบการณ์เหนือกว่า แต่ความไม่ธรรมดาของ เบ็น ก็เป็นสิ่งที่เข้าตาโค้ช แสตมป์ ให้กด Steal โดยไม่ลังเล

 

ไฮไลท์ที่หนุ่มๆ รอคอยในสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้นคู่ของ ตุ๊กตา The Voice จมาพร แสงทอง และ ปลา สุชยา ทองตัน ลูกทีมโค้ชแสตมป์ที่นอกจากจะต้องห้ำหั่นกันที่ความน่ารักแล้ว การร้องของทั้งคู่ที่มีสไตล์ต่างกันก็ยังจะต้องทำให้พิชิตใจโค้ชให้มากที่สุดด้วยในเพลง ไม่บอกเธอ ซึ่งก็ไม่ผิดคาดเมื่อ ตุ๊กตา ยังได้โอกาสแข่งต่อไปในรอบ Knock Out สมใจหนุ่มๆ และแฟนๆ ที่คอยให้กำลังใจเธออย่างท่วมท้น

 

อีกหนึ่งคู่ปรับเสียงใสจากทีมโค้ช โจอี้ บอย อย่าง ฝน วารุณี จันทรศิริรังษี และ วอลนัท สายทิพย์ วิวัฒนปฐพี ก็สะกดผู้ชมได้ไม่น้อยในเพลง แค่คุณ ที่พลังในการโหนเสียงสูงไม่มีใครกินกันลง แถมยังมีลูกเล่นไทยเดิมที่สร้างความฮือฮาตามสไตล์โค้ชในตอนท้าย โชว์ของทั้งสองสาวจึงเป็นอีกโชว์หนึ่งที่ปฏิเสธไม่ลง แต่หนึ่งเสียงที่ต้องถูกปฏิเสธไปในรอบนี้คือ วอลนัท ที่ต้องจากเวที The Voice ไปก่อนเวลาอันควร

 

 

คู่เอกประจำสัปดาห์ยังหนีไม่พ้นขาร็อคของทีม โค้ชแสตมป์ ที่จับลูกทีมมาห้ำหั่นกลางเวทีได้อย่างมีรสชาติไม่น้อยหน้าทีมร็อคของโค้ชก้อง ในสัปดาห์นี้ คู่หูพระกาฬที่หนีกันไม่พ้นอย่าง ต้า คีตา อินทรสุต และ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน ซึ่งต้องมาขับเคี่ยวกันในเพลงร็อคที่สมบูรณ์แบบที่สุดของร็อคเมืองไทยอย่างเพลง ยอมแต่งานนี้ทั้งคู่จะยอมกันไม่ได้ การพ่นไฟใส่เสียงสูงของ ต้า กับความเป็นชาวร็อคจากภายในของ สงกรานต์ ทำโชว์ออกมาได้อย่างสะใจ ซึ่งที่สุดแล้ว โค้ชแสตมป์ เลือกความเป็นธรรมชาติและร็อคจากภายในของ สงกรานต์ ให้อยู่กับทีมต่อ แต่ความไม่ธรรมดาของ ต้า ทำให้โค้ชที่เหลืออีก 3 คน ถึงกับไม่รีรอที่จะแย่งกัน Steal เพราะไม่อยากให้เสียงคุณภาพแบบนี้ต้องจากรายการไป ก่อนที่สุดท้าย โค้ชก้อง จะสมหวังได้พลังร็อคเข้าไปร่วมทีมอีกหนึ่งคน

 

กระแสรอบ Battle สัปดาห์แรกดีเกินคาด ทำให้หลายคนไม่อยากพลาดแม้แต่คู่เดียว จึงทำให้  ยังเป็นที่ตั้งตารอของผู้ชมในรอบ Battle อย่างเหนียวแน่น

ในวีคที่ 2 นี้ ใครที่รอคอยการขึ้นเวทีของขวัญใจ The Voice Thailand Season 2 อย่าง ตุ๊กตา จมาพร แสงทอง สมหวังแน่นอน เพราะสาวตุ๊กตา จะมาประชันกับสาวเสียงละมุน ปลา สุชยา ทองตัน ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของสัปดาห์เลยทีเดียว

ขณะที่อีกแมทช์ สองหนุ่มพลังร็อคคู่ Battle ในตำนานที่ทุกคนรอคอย หนุ่มร็อคมาดซื่อ สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน จะมาดวลกับหนุ่มร็อคไฮเพาเวอร์ ต้า คีตา อินทรสูต ที่แลกวลีเพลงร็อคเชือดเฉือนกันอย่างได้อารมณ์

ติดตามชมความมันส์ระดับระอุเดือดของการ Battle กันได้ใน The Voice Thailand Season 2 อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เวลา 17.45 – 19.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

ฟังเพลง โอ้รัก : ปุ้ย ดวงพร (The Voice)

ฟังเพลง เพลงไม่สนิท : นนท์ ธนนท์ (The Voice)

ฟังเพลง ช้าช้า : แม็กซ์ เจนมานะ (The Voice)

 

 

 

 

 

แชท

 

The Voice Thailand Season 2

มันส์ๆ กันสดๆ กับเพื่อนๆที่นี่เลย

 

 

เธอไม่ใช่คนหน้าใหม่ของรายการ The Voice Thailand เธอคือคนที่อกหักมานับครั้งไม่ถ้วน (จากคำบอกเล่าของเพื่อนฝูงและแฟนๆ ที่อัพเดทเรื่องราวให้) เธอกวนประสาทตั้งแต่กิริยาท่าทางไปจนถึงการร้องเพลง เธอสร้างความครื้นเครงแต่บางคนก็บอกว่า น่ารำคาญ และเธอผ่านรอบ Battle เข้าสู่รอบ Knock Out ของ  ด้วยการ Steal…. ชีวิตเธอช่างเฉียดฉิวและมีสีสันเสียเหลือเกิน

แนน ลลิตา จึงวัฒนกิจ หรือ แนน The Voice 2 คือคนที่สาวๆ อยากหมั่นไส้ และเป็นสาวที่หนุ่มๆ มากมายอยากรู้จักเธอมากที่สุดในตอนนี้

ความรั่วความฮาของแนน ฉายแววออกมาตั้งแต่รอบ Blind Audition กับเพลง New York ที่เธอเลือกมาร้อง ต้องยอมรับว่าเธอไม่ใช่นักร้องพรสวรรค์ แต่เธอรู้สึก “มันส์” จนกลายเป็นความมุ่งมั่นที่จะร้อง แม้กระทั่ง โค้ชโจอี้ บอย ที่หันมาเพื่อจะเลือกเธอ ยังเอ่ยทักว่า “ฉันจำเธอได้” เพราะเธอคือคนที่อกหักจากเวที The Voice Thailand ในปีแรกมาก่อนนั่นเอง

 

สาวมั่นรสแซ่บ กับประวัติไม่ธรรมดา

จากข้อมูลส่วนตัวของ แนน ที่รับรู้มาจากแฟนเพจของแนน facebook.com/nanthevoice2 ทำให้หลายคนเปลี่ยนทัศนคติในตอนแรกเกี่ยวกับเธอไปพอสมควร บางคนชื่นชมว่า “บ้าดี” นั่นเพราะเธอมีโอกาสทดลองทำมาหลายอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็ต้องหันหลังให้กับทุกสิ่งที่เคยทำมา ทั้งการงานที่มีเกียรติและมั่นคง เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นนักร้องตามเวทีล่าความสำเร็จ แม้จะยังไม่เคยประสบความสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว รวมถึงเวที The Voice Thailand Season 2 ซึ่งก็ยังไม่มีใครบอกได้อีกว่าเธอจะไปได้ไกลแค่ไหน

“ถ้าบอกจะเชื่อมั้ยว่านางจบ BBA Major Finance. เกรด 3 กว่าๆ จบ 3 ปีครึ่งด้วย เห็นแบบนี้ ทำงานที่ไหนก็ไม่เกิน 6 เดือน ทำมาแทบทุกอย่าง ขาย Gold Future, ตลาดหุ้น, AE, นิตยสาร, แอร์โฮสเตส เจ็ทเอเชีย สิงคโปร์แอรไลน์ ช่วยงานที่บ้าน หรือก่อนจะมาร้องเพลงเต็มตัว นางก็ทำงานที่ Microsoft มาก่อนนะ

แล้วก็ขอบอกว่านางประกวด มาหลายเวทีมาก ตั้ง 15 First Stage Show จนรายการเจ๊งไปแล้ว ไปเดอะดาว เค้าก็ไม่ให้มันเจอพี่โจ้พี่ม้าพี่เพชร ไปเอเอฟ ตั้งแต่ AF4 ก็ตกรอบแรก AF 6,7 ,9 เข้ารอบ 50 คนตลอด แล้วก็ตกรอบ
แต่สุดท้ายก็นางก็ไม่เลิกตามความฝัน ของนาง จวบจนทุกวันนี้

ประกวดมาเป็น 10 ปี ทิ้งอาชีพ ที่คนอื่นว่าดีๆ แต่แนนไม่ทน เลือกที่จะมาร้องเพลงทุกคืน จ-อ ร้องตั้งแต่ร้านหมูกะทะยันผับไฮโซ สุดท้ายเพื่อนเราคนนี้ก็เป็นตัวอย่าง ของคนที่เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรักแล้วก็ประสบความสำเร็จ ดีใจแทนจริงๆ”

 

น่ารัก หรือน่ารำคาญ

แนน กลับขึ้นเวที The Voice Thailand Season 2 อีกครั้งในรอบ Battle ที่เธอต้องขับเคี่ยวกับ ริมมี่ นิดา ดูวาสาวที่มาพร้อมกับอาวุธครบมือในรอบแรก หลายคนมองว่าการปะทะกันของสองสาวในเพลง Like A Virgin นั้น ฝ่ายแนนน่าจะเสียเปรียบตรงที่เทคนิคและน้ำเสียงเป็นรองกว่าทุกด้าน ซึ่งทีสุดแล้วก็ไม่มีอะไรผิดคาด โค้ชโจอี้ บอย ตัดสินใจเลือก ริมมี่ ให้ไปต่อในรอบ Knock Out ด้วยเหตุผลว่า “นี่คือ The Voice ไม่ใช่รายการโชว์” แน่นอนว่าในคำตอบนั้นมีความเสียดายแฝงอยู่ เหมือนจะรู้ชะตาตัวเองเมื่อเธอถามว่า “ตกลงไม่มีใครเอาหนูแล้วใช่มั้ยคะ” จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโค้ช เจนนิเฟอร์ คิ้ม ผู้ชอบเชียร์มวยรอง มองเห็นความดีดดิ้นและจริตในการแสดงออกบนเวทีและต่อหน้าโค้ช จึงหยิบยื่นโอกาสให้เธอได้อยู่ในรายการอีกครั้งด้วยกฏ Steal และคารมไหวพริบ การต่อปากต่อคำกับโค้ชอันถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของรายการ ก็ค่อยๆ ผ่านออกมาจากสาวคนนี้ คนที่ทำให้ใครๆ จดจำเธอจากลีลาและการแสดงออกเพียงไม่กี่อึดใจ

กระแสบนโลกออนไลน์หลังจบรายการหลั่งไหลไม่หยุดทั้งการพูดถึงผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ รวมถึงตัวของแนนเอง เสียงชื่นชมคละเคล้ากันไป แต่ที่ไม่น้อยไปกว่ากันคือเสียงวิจารณ์เชิงหมั่นไส้ว่าเธอดูจะ “เยอะ” เมื่ออยู่ต่อหน้าโค้ช การต่อปากต่อคำ การเล่นหัวหยอกล้อ หากใครมองไม่ออกว่าเป็นการสร้างสีสัน ก็จะตัดสินสาวคนนี้ทันทีว่า จริตเยอะเหลือเกิน

ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ลองชมลีลาการร้อง การแสดงออกของเธอจากรอบ Battle ในวันนั้น แล้วตัดสินในใจกันเอาเองว่าที่สุดแล้ว สาวคนนี้คู่ควรและเหมาะสมกับจุดที่เธอกำลังยืนอยู่มากน้อยแค่ไหน

 

ฟังเพลงใหม่ โอ้รัก : ปุ้ย ดวงพร

 

 

 

 

 

แชท The Voice Thailand Season 2

มันส์ๆ กันสดๆ กับเพื่อนๆที่นี่เลย

 

Page 1 of 712345...Last »